จารึกวิถีศรีราชภัฏ

จารึกวิถีศรีราชภัฏ

 

ภาพประทับใจ

เหตุการณ์สำคัญ

พ.ศ.

นักเรียนฝึดหัดครูประถมกสิกรรม (ป.ป.ก.) รุ่นแรก พ.ศ. 2460 เรียนที่สวนหลวงพระนคร (ในภาพนี้มีนายนาก สุบงกช และนายเจียม ศุภลักษณ์ ซึ่งเป็นนักเรียนจากมณฑลนครราชสีมารวมอยู่ด้วย

2460

สถานีรถไฟโนนวัด (โนนสูง) ซึ่งเป็นสถานีสำหรับส่งรับบุคลากรของโรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรม ในการเดินทางไปกลับสมัยนั้น

2481

“แดนสนสวย” แนวสนที่เริ่มปลูกเมื่อย้ายมาอยู่ที่ทุ่งตะโกรายใหม่ๆ จนกลายเป็นสัญลักษ์ของสถาบันในอดีต

2490

โรงเรียนฝึกหัดครูนครราชสีมาได้ย้ายจากโรงเรียนสุขานารีซึ่งเป็นที่พักชั่วคราวไปอยู่ ณ ที่ตั้งใหม่ข้างเขตการทางนครราชสีมา ถนนสุรนารายณ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาในปัจจุบัน นัยว่าที่ตรงนี้เคยเป็นของขุนศักรินทร์มาก่อน

2491 ถึง 2495

ได้รับนักเรียนหญิงเข้าเรียนชั้นฝึกหัดครูมูล จำนวน 13 คนเป็นนักเรียนหญิงรุ่นแรกของสถาบันการศึกษาจึงนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพราะทำให้สถานศึกษาแห่งนี้มีสภาพเป็นสหศึกษาตั้งแต่บัดนั้นต้นมา

2496 ถึง 2497

ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2498 เปิดโรงเรียนสาธิตขึ้นเป็นวันแรก เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวมี 2 ห้องเรียน โดยได้รับงบประมาณจากกรมสามัญศึกษาจำนวน 100,000 บาท จึงรับนักเรียนได้ 2 ชั้นคือ ชั้นประถมปีที่ 1 และประถมปีที่ 2 สังกัดมัธยมศึกษากองการศึกษาพิเศษกรมสามัญศึกษา

2498

พุทธศักราช วิทยาลัยต้องเผชิญอุทกภัยครั้งใหญ่ในหน้าฝนเพราะเป็นภัยธรรมชาติทีที่ร้ายแรงครั้งแรกหลังย้ายมาสถานที่ใหม่แห่งนี้ได้เพียง 2 ปี
เป็นเกียรติยศครั้งสำคัญ  และจารึกอยู่ในความทรงจำของชาววิทยาลัยครูตลอดมา คือ การเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อทอดพระเนตรกิจการวิทยาลัยครูนครราชสีมา ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2507

2507

พุทธศักราช 2511 วิทยาลัยได้จัดโครงการฝึกหัดครูและบริการการศึกษา(Teacher Training cum Education Extension Program) เป็นโครงการที่ช่วยให้การสอนของครูประจำการในโรงเรียนประถมศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  เนื่องจากการสำรวจขณะนั้น พบว่าครูในโรงเรียนประถมศึกษาส่วนใหญ่ยังมีวุฒิต่ำและยังไม่มีวุฒิทางครู  นอกจากนั้นการประเมินผลขององค์การยูเนสโกปรากฏว่า ครูใหม่ที่ออกจากสถาบันฝึกหัดครูได้รับการเตรียมวิชาชีพครูน้อยไป  และวิธีการสอนของครูเหล่านี้ยังเป็นแบบเก่าอยู่มาก กรมการฝึกหัดครูเริ่มทำโครงการระยะยาว 3 ปี เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากยูนิเซฟ

2511

ระหว่างวันที่ 11-15 กันยายน 2521 มีการจัดนิทรรศการวัฒธรรมไทย “ของดีโคราช” ซึ่งมีนายจรูญ มิลินทร์  อธิบดีกรมการฝึกหัดครูเป็นประธานเปิดงาน

2521

พุทธศักราช 2523 วิทยาลัยครูได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรมจังหวัด  เพื่อปกป้องรักษาส่งเสริมเผยแพร่ปรับปรุงและพัฒนาวัฒนธรรมของชาติ  โดยจัดตั้งหอวัฒนธรรมขึ้นครั้งแรกโดยใช้อาคาร 5 เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุต่างๆ ต่อมาเปลี่ยนแปลงไปเป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรม  และสำนักศิลปวัฒนธรรมในปัจจุบัน

2523

วันที่ 22 กันยายน 2526 เริ่มก่อสร้างหอประชุมใหม่ หลัง บริเวณสนามอาคารโรงเรียนสาธิต  แล้วเสร็จเมื่อวันที่ พฤษภาคม 2527 ตั้งชื่อว่า “หอประชุมอนุสรณ์ 70 ปี” เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่วิทยาลัยครูจัดตั้งมาครบ70 ปี และรื้ออาคารโรงเรียนสาธิต เมื่อวันที่ ตุลาคม 2527  เนื่องจากอาคารเก่าและทรุดโทรมมากจนไม่สามารถซ่อมแซมได้  การรื้อถอนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2527

2526 ถึง 2527

เดือนกันยายน 2527 นำต้นตะโกรายมาปลูกหน้าอาคาร 1 เพื่ออนุรักษ์ต้นตะโกราย ซึ่งหายากในปัจจุบัน และสืบทอดสัญลักษณ์แห่งทุ่งตะโกรายไว้

2527

วันที่ 28 ตุลาคม 2528 รศ.ดร.ทองคูณ หงส์พันธุ์  อธิการวิทยาลัยครูบุรีรัมย์มาดำรงตำแหน่ง  อธิการวิทยาลัยครูนครราชสีมา  แทน รศ.ดร.อินทร์ ศรีคูณและในปีนี้เองสภาการฝึกหัดครูได้กำหนดข้อบังคับว่าด้วยการจัดการกลุ่มวิทยาลัยออกเป็นสหวิทยาลัยต่างๆ  วิทยาลัยครูนครราชสีมาสังกัดกลุ่ม “สหวิทยาลัยอีสานใต้”

2528

 การสร้างลานธรรมสถาน  เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน เฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา  สำหรับจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนา วัฒนธรรม จริยธรรม คุณธรรม ระเบียบวินัย ความรักชาติ และธำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมไทย และประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลาซึ่งสูง 83 นิ้ว (ประมาณ 2 เมตร 10 เซนติเมตร) ไว้ให้ชาวนครราชสีมาได้เคารพสักการะ

2530

 

  ปรับปรุงบ้านพักอธิการ เป็นศูนย์ฝึกอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ให้บริการด้านข้อมูลการท่องเที่ยวและที่พักชั่วคราว เริ่มโครงการของศูนย์ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์(ศวท.) จัดอยู่ในแผนงานบริการทางวิชาการแก่ชุมชน เพื่อเป็นศูนย์กลางการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ในจังหวัดนครราชสีมา

2531

  การเริ่มโครงการอีสานเขียว  หรือโครงการน้ำพระทัยจากในหลวง  ตั้งแต่ปี 2532 ถึงสิ้นแผนระยะปานกลางในปีงบประมาณ 2535 รวม 20 โครงการ อาทิ โครงการออนซอนอีสาน โครงการหมู่บ้านอีสานรักถิ่น โครงการฝึกอบรมเยาวชนและเกษตรกรแบบครบวงจร เป็นต้น  การดำเนินโครงการอีสานเขียวส่งผลให้เกิดโครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพเพื่อพัฒนาชนบท  เพื่อให้นักศึกษาได้นำความรู้จากภาคทฤษฎีไปสู่ภาคปฏิบัติโดยตรงในสายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชนบท

2532

  ได้เกิดข้อตกลงร่วมกันเพื่อจัดทำโครงการจัดการศึกษาระดับปริญญาโทภาคพิเศษส่วนภูมิภาค  ระหว่างสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศสตร์  กับกรมการฝึกหัดครู  โดยดำเนินการเป็นโครงการนำร่องเป็นระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2533-2537)

2533

 page22page 001 เป็นปีของการเฉลิมฉลองการฝึกหัดครูไทยครบรอบ 100 ปี วิทยาลัยครูทั่วประเทศร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆขึ้น  วิทยาลัยครูนครราชสีมาได้รับมอบหมายให้จัดกิจกรรมสุดท้าย  คือ การจัดการแข่งขันกีฬาสหวิทยาลัยทั่วประเทศในเดือนธันวาคม  ซึ่งมีชื่อว่า  โคราชเกมส์  และมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโอกาสนี้ด้วยคือความเคลื่อนไหวที่จะเปลี่ยนชื่อวิทยาลัยครูทั่วประเทศให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ที่เปลี่ยนไป  ในวันที่ 6 มีนาคม 2535 เวลา 12.45 น. กรมการฝึกหัดครูได้จัดพิธีรับพระราชทานชื่อวิทยาลัยครูทั่วประเทศเป็น สถาบันราชภัฏ ที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา  วิทยาลัยครูทุกแห่งจึงได้ชื่อใหม่โดนทั่วกัน

2535

  วันที่ 28 มกราคม 2536 มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ผศ.ดร.สมศักดิ์  ทองงอก  อธิการวิทยาลัยครูสุรินทร์  มาดำรงตำแหน่งอธิการวิทยาลัยครูนครราชสีมา  ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2535 เป็นต้นไป  นับแต่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น สถาบันราชภัฏนครราชสีมา  สถาบันได้ปรับเปลี่ยนการบริหารและดำเนินการตามพระราชบัญญัตสถาบันราชภัฏ  เพื่อก้าวสู่ความเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สมบูรณ์แบบ

2536

 page222 วันที่ 28 เมษายน 2538  คณาจารย์ได้สรรหาอธิการบดีของสถาบันราชภัฏนครราชสีมา  ผู้ที่ได้รับการเลือกสรรคือ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุทัย  เดขตานนท์  มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรกของสถาบันตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2538 ส่วนนายกสภาสถาบันราชภัฏนครราชสีมา คือ นายสุวัจน์  ลิปตพัลลภ

2538

  วันที่ 9 ธันวาคม 2547 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราช-กัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเยี่ยมสมาชิก/ชุมชน/กิจกรรม to be number one ณ สนามกีฬา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

2547

  วันที่ 29 ตุลาคม 2551 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด “อาคารสิรินธร” ณ สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยพระราชภัฏนครราชสีมา และทอดพระเนตรนิทรรศการไม้กลายเป็นหิน  ช้างดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์  ภายในอาคาร 2551
  วันที่ 22 ธันวาคม 2551 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  เสด็จมายังสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลิมพระ – เกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา  พร้อมด้วยท่านผู้หญิง หม่อมเจ้าพันธุ์สวลี กิติยากร  และหม่อมหลวงสราลี กิติยากร

2551

  วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธิเปิดการประชุมวิชาการโลกด่านบรรพชีวินวิทยาและลำดับชั้นหิน 2011 จัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา  ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน พร้อมองค์กรต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ อีกมากกว่า 10 องค์กร ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา

2554

  วันที่ 10 มกราคม 2560 พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์โปรดให้ นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีเปิดงานนิทรรศการ”การสร้างสรรค์งานศิลป์เทิดไท้องค์ราชัน 84 พรรษามหามงคล” ณ หอประชุมอนุสรณ์ 70 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งจัดโดยคณาจารย์โปรแกรมวิชาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ในโอกาสนี้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ได้พระราชทานแจกันดอกไม้ให้แก่คณะผู้จัดงานเพื่อแสดงความยินดีและชื่นชมคณะผู้จัดงาน

2555

  พ.ศ. 2556 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่ออาคารเรียนรวมของมหาวิทยาลัยว่า “อาคารยุพราชเบญจมงคล” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารในวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2556 เวลา 16.00 น.

2556

   พิธีบวงสรวงและสมโภชศาลเจ้าพ่อขุนศักรินทร์ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 ในวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งตรงกับประเพณีลอยกระทง ริเริ่มโดยแนวคิดของ ผศ.ดร.ณัฐกิตติ์ อินทร์สวรรค์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อแสดงถึงการเคารพบูชา และความศรัทธาที่จะสืบสานประเพณีอันดีงามของคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่มีต่อศาลเจ้าพ่อศักรินทร์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวมหาวิทยาลัยเคารพบูชาเสมอมา นอกจากนี้ยังแฝงกุศโลบาย ในการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม โดยเน้นใน “ความกตัญญู” และยังได้เรียนรู้ถึงประเพณีและพิธีกรรมทางพุทธและพราพมฤณ์อีกด้วย

2556